เราคือ
ผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้เเผ่นใหญ่หลากหลายชนิด ทำงานในลักษณะโมเดิร์น ร่วมสมัยจากแนวคิดของคนรุ่นใหม่ ประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียด
- เราใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียม ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้มาตราฐานส่งออกทั่วโลก
- เน้นหนักถึง ความเป็นธรรมชาติผ่านสายตาเเละสัมผัส
- คำนึงถึงการ maintenance ในอนาคต ซึ่งคุณเองก็ทำได้
- ดีไซด์ผ่านสถาปนิกผู้มีประสบการณ์ สามารถปรับเปลี่ยนดีไซด์ได้ ออกแบบกันชิ้นต่อชิ้นเพื่อความเป็นซิกเนเจอร์ไม่ซ้ำแบบใคร
ความเป็นมาของเรา
ธุรกิจของเราเกิดขึ้นจาความบังเอิญ + จงใจ
บังเอิญที่ 1 เอาไปเผาถ่าน
กรุงเทพ-ลำปาง ออกเดินทางเพื่อทำภารกิจส่วนตัว ระหว่างเดินทางได้แวะเพื่อพักรถ ณ.ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งช่วงจังหวัดนครสวรรค์ ผมเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังรุมล้อมซุงไม้ขนาดใหญ่ประมาณสามคนโอบ ด้วยความสงสัยว่าเค้าเหล่านั้นกำลังทำอะไรกัน จึงเดินเข้าไปสอบถาม ผม : โอ้โห้ ต้นใหญ่จัง เอาไปทำอะไรครับเนี่ย ชาวบ้าน : ต้นไม้มันล้ม เลยขอซื้อต่อเจ้าของไว้ เอาไปซอยเผาถ่านขาย ได้หลายกระสอบอยู่ใช่แล้วครับ ผมได้ยินไม่ผิด ...เอาไปเผาถ่าน !!
บังเอิญที่ 2 ช่วยอุดหนุนหน่อย
ณ.ปั๊มแห่งหนึ่ง จังหวัดลำปาง ระหว่างยืดเส้นยืดสาย ได้ยินเสียงแว่วๆทักขึ้นว่า หนุ่มๆสนใจโต๊ะหมู่บูชาไหม ไม้สักสวยๆ ช่วยอุดหนุนป้าหน่อย ขายไม่ได้หลายวันแล้ว เราเองก็นึกในใจ “มันจะขายได้ยังไง เห็นร้านโต๊ะหมู่บูชาวางขายเกลื่อนมาตลอดสองข้างทาง“ ด้วย 2 เหตุการณ์นี้ ทำให้ผมซึ่งเป็นสถาปนิกที่กำลังเบื่องานอยู่ในขณะนั้น ก็เกิดไอเดียอยากเอามาทำธุรกิจ ในห่วงเวลาสั้นๆ ภาพจินตนาการในหัวของผม ก็พลั่งพรูออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
จงใจที่ 1 สถาปนิกทุบหม้อข้าว
วางแผนเก็บเงิน ทดลองตลาด หมายจะลาออกจากอาชีพสถาปนิก ผันตัวสู่นักออกแบบ-ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ ทดลองตลาดอย่างง่ายๆ ขายงานโดยจ้างช่างท่านหนึ่งทำงาน ส่วนเราหาลูกค้ามาซื้อ ช่วงเวลาสั้นๆปรากฏว่าผลตอบรับค่อนข้างดี จึงคิดจะลาออกงานเพื่อมาผลิตชิ้นงานเอง บวกกับพอมีเงินเก็บเพื่อประทังชีวิตไปได้อีก 4-5 เดือน ไม่รอช้าครับ ผมลาออกจากงาน
จงใจที่ 2 ปมในอดีต ส่งเสริมความเนี๊ยบ
ในสมัยที่ผมเป็นนักศึกษา ปวช.สาขาวิชาช่างก่อสร้าง หนึ่งในวิชาช่างที่ผม “ชอบ” และ “ไม่ชอบ” มากที่สุดคือวิชาช่างไม้ “ชอบที่สุด” คือ เนื้อตัวไม่เลอะ ไม่เหมือนวิชาช่างปูน มีเวลาทำชิ้นงานไม้ต้องอาศัยความสงบ มีสมาธิสูง เข้าขั้นใช่จิตวิญญาณในการทำก็ว่าได้ “ไม่ชอบที่สุด” คือ เครื่องมือแต่ละอย่างของทางวิทยาลัยแทบจะใช้การไม่ได้ ใบกบ ใบสิ่ว บิ่น เบี้ยว ไม่ได้ฉาก ท้องกบไม่ได้ระนาบ ของชิ้นเดียวกันใช้วนกันทั้งแผนก แม้แต่หินลับมีดยังบิดเบี้ยว หมดคม เป็นแอ่งเป็นหลุม ซึ่งลับยังไงมันก็มันก็ไม่มีทางคม ไสไม้แต่ละครั้งคล้ายกับเอาแผ่นเหล็กมาขูดเนื้อไม้สะมากกว่า ในช่วงใกล้จบการศึกษา เพื่อนของผมคนหนึ่งซึ่งค่อนข้างมีฐานะ มันลงทุนซื้อสิ่ว กบไสไม้อย่างดีเพื่อนใช้งานเป็นของตัวเอง มันทั้งคม ทั้งสวย ผมจำได้ดีถึงเสียงคมกบคมสิ่วที่กินไม้อย่างนิ่มนวล โดยไม่ต้องออกแรงมาก แต่กระนั้นเราก็ได้แต่ยืนฟังเสียงคมมีดแหวกเนื้อไม้ ยืนมองผลงานไม้ที่เรียบ เนียน มัน นุ่มของไม้ เพราะมันชั่งหวงเครื่องมือเหลือเกิน ด้วยเหตุนี้ ปมในใจจึงส่งเสริมให้ผมตั้งปณิธานว่า เราจะทำงานด้วยความประณีต ใส่ใจ ใส่จิตวิญญาณ ผ่านเรื่องราวของตัวลูกค้า เพื่อลบปมในอดีตที่ผ่านมา